冬の雫 (Fuyu No Shizuku,A Drop of Winter)

posted on 10 Sep 2008 22:51 by rainbowschaser in Music

Artist : Kotoko
Title : 冬の雫 (Fuyu No Shizuku,A Drop of Winter) 

 

冬の空 独り 見上げれば ふわり
掠れた声が鳥を撃つ
ほんの少し泣いた その跡が冷えた
つづら折りの坂道 転がって

突然に消えた 疲れた笑顔 よじれた瞳は
譲れない愛の強さと 今ごろ気付いた

君は季節のない場所でどんな空を見るの?
ここは白い雫あふれ消されそうだよ
空っぽの心を埋める氷の風 降り止まず
今は雪でさえも 遠い温もりのよう


勘違いのはずが
いつしか答えになってしまった
君の行く先も…

ありふれた日々に留まって ただじゃれあってた
あの瞬間を懐かしむのは 臆病なのかな?

君は裸足のまま一人 飛び出して行ったきり
ぽつり残る靴は 二度と歩き出さずに
空から舞い降りた白い雫に埋もれてゆくよ
誰か拾いあげて…
声にならないままで


君は冬の雫連れて 僕の空に降りた
あれは決して夢や幻なんかじゃなくて
凍てつき澄み渡る空へ はぐれた白いカケラよ
遠い君の元へ届けと祈りを乗せ

 - - -

 Romanji

fuyu no sora hitori miagereba fuwari
kasureta koe ga tori wo utsu
hon no sukoshi naita sono ato ga hieta
tsuzuraori no sakamichi korogatte

totsuzen ni kieta tsukareta egao yojireta me wa
yuzurenai ai no tsuyosa to imagoro kizuita

kimi wa kisetsu no nai basho de donna sora wo miru no?
koko wa shiroi shizuku afure kesare sou dayo
karappo no kokoro wo umeru koori no kaze furiyamazu
ima wa yuki de sae mo tooi nukumori no you

kanchigai no hazu ga
itsushika kotae ni natte shimatta
kimi no yukusaki mo...

arifureta hibi ni todomatte tada jare atteta
ano toki wo natsukashimu no wa okubyou nano kana?

kimi wa hadashi no mama hitori tobidashite ittakiri
potsuri nokoru kutsu wa nidoto arukidasezu ni
sora kara maiorita shiroi shizuku ni umorete yuku yo
dare ka hiroi agete...
koe ni naranai mama de

kimi wa fuyu no shizuku tsurete boku no sora ni orita
are wa keshite yume ya maboroshi nanka janakute
itetsuki sumiwataru sora e hagureta shiroi KAKERA yo
tooi kimi no moto e todoke to inori wo nose

- - -

 English Translation

 

The winter sky—alone—if you look up, gently
A voice that brushes by tramples down birds
I cried only a little Those ruins grew cold
The mountain road tumbles in winding folds

It vanished suddenly, that tired smiling face, that twisted eye
I realized it’s the strength of a love that can’t be conveyed

In that place without seasons, what kind of sky do you see?
It seems that the white flakes here will overflow and disappear
The breeze on the ice that buries an empty heart, never ceasing,
Now even in the snow, like a distant warmth

What was originally a misunderstanding
Became the answer before we knew it
Even before you left…

I stopped still in the mundane day-to-day; we were only gambling with each other
Am I a coward, yearning for that moment?

You dashed back and forth, barefoot and alone
The shoes abandoned alone and in pairs, without walking out a second time
Are slowly buried under the white flakes that swooped down from the sky
Somebody lift me up
Before I’m just a voice

You led the flakes of winter. They fell from my sky
Those things have vanished and they’re nothing like dreams and illusions
Wandering splinters to the perfectly clear frozen sky
Ride notices and prayers to the origin of far-away you

กาลเวลา...

เวลาที่หมุนไปข้างหน้าอยู่ทุกวินาที
ไม่มีทางเลยที่จะย้อนกลับมาได้...

แต่เชื่อไหม บางทีก็มีปาฏิหารย์
ที่ทำให้...บางสิ่งในอดีต
..หวนคืนมาอีกครั้ง

แม้ว่าบางสิ่งอาจจะสายไปแล้ว...

ทว่า.. แค่สักครั้ง แค่ครั้งเดียว...
...ก็พอใช่ไหม ?

ขอให้มันกลับมา... ให้ฉันสัมผัสมันอีกครั้งก็พอ


.........


(Diary ย้อนหลังเรื่อง Ice skate - ความฝันที่สลายไป ของฉัน) คลิก

นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นกับฉันในวันวาน
เหมือนมันนานแสนนานเหลือเกินจนแทบลืมเลือนทุกอย่างไป

ทว่าในวันนี้ วันที่ 9 กันยายน 2008..
ฉันได้ทำให้เวลาย้อนคืนกลับมา..

เพราะฉันได้เดินกลับไปในความทรงจำ..

..........


วันนี้ฉันได้มีโอกาสกลับไปเล่น ice skate อีกครั้ง
เกือบ 8 ปีได้ที่ฉันเดินจากมา...
ทิ้งรอยน้ำตา และความฝันไว้ที่นั่น
ให้หันกลับไปเพียงนิดเดียว ก็ไม่กล้าที่จะทำ

ฉันเดินมาไกลเหลือเกินและไม่เคยคิดว่าจะได้กลับไป
"...โลกแห่งความฝันที่ฉันรู้สึกราวกับโบยบินออกไป...."


มันอาจเป็นแค่กีฬา เป็นแค่งานอดิเรก เป็นแค่การกระทำอย่างนึงในสายตาคนอื่น
แต่การเล่น ice skate เคยเป็นทุกอย่างของฉัน...

ถ้าฉันบินได้ ความรู้สึกก็คงไม่ต่างอะไรกับเวลาที่ฉันไถลไปบนพื้นน้ำแข็ง
โลกทั้งใบสวยงามและถูกหยุดเอาไว้
เหลือแค่ตัวฉันเพียงคนเดียวใน ลานท้องฟ้าสีขาวที่เย็นสบาย

รู้สึกเหมือนจะบินได้ทุกครั้งที่เล่น ...ก็เท่านั้นเอง

....

ความรู้สึกนี้ที่เคยเกิดขึ้นกับฉันเมื่อเกือบ 10 ปีก่อน
มันได้กลับมาเกิดขึ้นอีกครั้งในวันนี้
ฉันได้มีโอกาสกลับไปเล่นที่  Esplanade
ก่อนหน้าฉันเคยได้ไป แต่ไม่มีโอกาสเล่น
เพราะคนที่เยอะเหลือเกิน รวมกับเพื่อนที่ใจร้ายของฉันเอง

แต่ไม่เป็นไร ยังไงสุดท้ายฉันก็ได้เล่นจนได้
คนที่พาฉันมาเป็นคนที่ฉันไม่เคยคาดคิดที่สุด ถ้านับจากวันแรกที่เรารู้จักกัน
จนกระทั่งวันนี้เธอกลายมาเป็นคนที่สำคัญที่สุดของฉัน
แล้วเธอก็เป็นคนพาฉันกลับไปหาความฝันที่ฉันเคยรักและทอดทิ้ง

ฉันโชคดีเหลือเกินที่ได้พบเธอ...
อยากให้รู้เอาไว้นะ


ถ้าไม่มีเธอฉันก็คงไม่มีปาฏิหารย์เกิดขึ้นมา..

"ขอบคุณมากๆนะ ขอบคุณมากที่สุดเลย"



.....

วันนี้ฉันเร่งรีบแบกกระเป๋าสีเขียวเก่าๆ ไปขึ้นรถ
เป็นกระเป๋าใส่รองเท้า ice skate คู่เก่งของฉันเมื่ออดีต
ของ World Trade Center หรือ Central World ในปัจจุบัน

เมื่อไปถึงเวลาประมาณ 11.30 น.ได้
อย่างที่เคยกลัวก็คือคนอาจจะเยอะก็ได้นะ
แต่กลับไม่มีสักคนเลย...จนนึกว่าปิดซะอีก

ปรากฎว่าที่คนไม่มีก็เพราะยังเช้าและช่วงนี้นักเรียนมีสอบ
"...ว้าว โอกาสเป็นใจเพื่อฉันขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย "

ค่าเล่นคนละ 200
ระหว่างที่พวกเรากำลับงเดินไปใส่รองเท้าในห้องเก็บของ
ตอนที่ฉันเดินผ่านลาน ice skate อีกครั้ง...

ราวกับอะไรที่มันตื้นตันเหลือเกิน
เหมือนฉันจะยิ้มออกมาอย่างไม่รู้ตัว ..และก็ไม่สามารถอธิบาย
ความรู้สึกตอนนั้นเป็นคำพูดได้...

พอพวกเราลงไปที่ลาน
ที่มีอยู่แค่ 2 คนเท่านั้น...

ฉัน...

ทันทีที่ใบมีดของรองเท้าสัมผัสบนพื้นน้ำแข็ง
เหมือนจะคิดอะไรไม่ออกอีกแล้ว..

ฉันพยายามจะทบทวนสิ่งที่เคยมีใน 8 ปีก่อน
และดึงกลับมาใช้ในปัจจุบัน
มันไม่ชินเลย ก็แทบจะลืมมันไปหมดแล้วด้วยซ้ำ...

สักพักฉันก็เริ่มคล่องตัวและคุ้นเคยกับมันเหมือนก่อน
แม้จะเล่นไม่ได้ดีเท่าตอนนั้น แต่มันก็เกินพอแล้วสำหรับฉัน

ทุกก้าวที่วางน้ำหนักลงไปสู่พื้นลาน ฉันแทบจะร้องไห้ออกมา
ฉันไม่ได้สูญเสียความฝันนั้นไปเลย มันยังอยู่กับฉันต่างหาก..
ฉันต่างหากที่ไม่ยอมหันกลับไป...
...ไม่ยอม หันกลับไปสู่ความทรงจำของตัวเอง

มันยิ่งกว่าน้ำตาไหลออกมา
คือฉันยิ้มแบบหุบไม่ได้..

ไม่เหนื่อยไม่เมื่อย เหมือนจะล้มแต่ก็มีความสุข
ท่าทางที่ดูเก้งๆ ก้างๆ คงดูตลก
แต่ฉันดีใจ ฉันสนุกมาก

เราเล่นด้วยกันมีความสุขมาก
จับมือแล้ววิ่งไปด้วยกัน...
และเพราะว่าทั้งลานก็มีแค่เราสองคนเท่านั้น
เหมือนกับความฝันเลย...
... ไม่สิ ยิ่งกว่าความฝันอีกนะ ฉันไม่เคยกล้าฝันขนาดนี้มาก่อนด้วยซ้ำ


....



ไถลไปบนน้ำแข็งสีขาว
สายลมเมื่อวันนั้นพัดกลับมาหาฉัน
ฉันกางแขนออกและหลับตาลง
ฉันได้กลับมาที่เดิมแล้ว...

"ราวกับได้บินอีกครั้ง......."

ความฝันที่พังทลายของฉัน...
...กลับมา...
และมันไม่เหมือนเดิม
เพราะฉัน...

ไม่ได้บินไปคนเดียวอีกแล้ว

.....


ได้เล่นถึง บ่ายโมงกว่า
เหงื่อออกทั้งที่อากาศข้างในนั้นเย็น
แต่ฉันก็ไม่รู้จะหุบยิ้มยังไง
ฉันแค่มีความสุขเกินกว่าจะคิด ไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็ตาม


และแค่นี้้ก็มากพอแล้ว...
สำหรับปาฏิหารย์ที่ได้ย้อนเวลากลับไป


.. รองเท้าสีขาว.. ลานสีขาว ลมที่พัดผ่านใบหน้าและร่างกายฉัน...
รวมทั้งความฝัน...ในวันก่อนนั้น....


ยังอยู่ที่นี่เสมอใช่มั้ย
ในความทรงจำของฉันเอง....

 

..ท้องฟ้า..(31/Oct/06)

posted on 10 Sep 2008 02:57 by rainbowschaser in Writing


..... นานแล้วนะ ที่ไม่ได้แหงนหน้าขึ้นไปมองท้องฟ้า...

เมื่อไม่นานมานี้ยังจำได้ว่าตัวเองชอบมองท้องฟ้าแค่ไหน
แม้ว่าในตอนแรกจะมองขึ้นไปเพียงเพราะ อยากให้ความรู้สึกบางอย่างมันไหลกลับลงไป...

....ราวกับว่าอยากให้บางสิ่งบางอย่างมันย้อนหวนกลับมาหา...

.........


แต่ว่าพอมองไปมองมาอยู่ทุกวัน...
จนกระทั่งค้นพบว่าท้องฟ้าในแต่ละวันนั้น งดงามเสมอและไม่เคยทำให้ผิดหวังสักครั้ง

....ไม่ว่าอย่างไร ท้องฟ้าก็จะปลอบใจฉัน...

อยู่เคียงข้างฉันเสมอ........แม้ฉันจะไม่มีสิ่งใด

....

ในตอนนี้ฉันอาจจะไม่ได้มองบ่อยเท่ากับคืนวันที่ผ่านมา

ฉันก็ยังเห็นท้องฟ้าอยู่ตลอดเวลา

แม้ว่าในยามที่หลับตาอยู่ก็ตาม


...